กำกับภาพยนตร์และควบคุมการผลิต: ทิฆัมพร ภูพันนา
กำกับภาพ: ทิพย์วัลย์ ประยูรสุข
กำกับศิลป์: วนัสนันท์ แจ้งสว่าง
ความยาว: 12.59 นาที
บ่ายวันศุกร์ในคาบเรียนวิชาพละศึกษา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กำลังเรียนวิชาพละศึกษากันที่สนามฟุตบอล วันนี้เป็นการทดสอบวิ่ง 100 เมตร คำไสกำลังเตรียมออกวิ่งที่จุดปล่อยตัว การวิ่งเริ่มขึ้นเมื่อครูให้สัญญาณปล่อยตัว คำไสออกสตาร์ทดี วิ่งนำหน้าเพื่อนๆอีก 5 คน ใกล้ถึงเส้นชัยแล้ว คำไสคิดว่าตนเองชนะแน่ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น คำไสสะดุดล้มคะมำก่อนเข้าเส้นชัย เวลานี้ที่เขาทำแค่เงยหน้ามองผู้ชนะวิ่งเข้าเส้นชัย พร้อมกับความรู้สึกผิดหวังและน้อยใจที่ตนเองไม่มีรองเท้าผ้าใบใส่วิ่งเหมือนคนอื่นๆ ทำให้ไปไม่ถึงฝั่งฝัน...ฝันที่อยากเป็นนักกีฬาโรงเรียน และคืนนั้นเอง พ่อ(บัวสี)กับแม่(สำลี) นอนคุยกันหลังจากที่คำไสหลับไปแล้ว ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อตอนบ่าย
ทุกเช้าวันหยุด ก่อนที่คำไสจะนั่งรถแต๊กๆ ตามพ่อบัวสีออกเดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อรับซื้อของเก่า แม่สำลีจะจัดแจงห่อข้าวปลาอาหารให้ไปกินด้วยเสมอ ข้าวเหนียวหนึ่งกระติ๊บ ไข่ต้มและแจ๋วบอง นั่นคือเมนูอาหารที่แม่ทำให้พ่อทุกวัน
วันนี้ก็เช่นกัน คำไสนั่งรถแต๊กๆ ออกจากบ้านกับพ่อเพื่อตระเวนรับแลกซื้อของเก่าตั้งแต่เช้าตรู่ แม้ปากจะตะโกนเรียกรับซื้อของเก่าแต่ในใจเล่าก็เฝ้าครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ภาพตนเองล้มกลิ้ง ภาพเส้นชัย คู่แข่งเข้าเส้นชัย เพื่อนหัวเราะเยาะ ล้อเลียนว่าไอ้ตีนเปิ่ม (เท้าเปล่า) ขี้แพ้ ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดตลอด ในใจของเขาคิดตลอดเวลาว่าทำไมพ่อไม่ซื้อรองเท้าผ้าใบให้สักทีจะได้ไม่อายเพื่อน ในขณะที่สายตาก็เฝ้ามองสังเกตรองเท้าแตะของพ่อคู่เก่งที่พ่อใส่มานานจนชินตา รองเท้าของพ่อเป็นรองเท้าประกอบใหม่ พื้นยางดาวเทียมเกือบทะลุขวาและซ้ายคนละสี สายหูคีบรองเท้าคนละแบบ คำไสไม่เคยเห็นพ่อบ่นหรือคิดมากเรื่องรองเท้า ตรงกันข้าม ทุกวันเห็นแต่พ่อแลกของเก่าอย่างมีความสุข หรือว่าเป็นเพราะว่าพ่อไม่ต้องวิ่งแข่งเลยไม่กังวล ความอยากได้รองเท้าใหม่ก็อยากได้ ขณะที่ความไม่กล้าเอ่ยขอก็จุกคอพอแรง พ่อสังเกตเห็นแววตา อาการและความกังวลครุ่นคิดของลูกตลอด เพียงแต่ทำเป็นไม่เห็นและดูสงบเฉยเมิน
พ่อลูกรับซื้อของเก่าอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีคนเอาของเก่ามาแลกมาขายหลายราย รายหนึ่งเอาหมอนขิดเก่ามาแลกถ้วยตอนคำไสฉีกหมอนใบนั้นเพื่อเก็บนุ่นใส่กระสอบ เขาพบธนบัตรใบละร้อย 3 ใบ ที่ซ่อนมากับหมอนใบนั้น คำไสรีบกำเงินไว้แน่นจนเหงื่อชุ่ม....
พ่อลูกแวะกินข้าวห่อของแม่ระหว่างทางหมู่บ้านแห่งหนึ่ง บทสนทนาเกี่ยวกับอาการป่วยเรื้อรังของแม่ก็เริ่มขึ้นจากความอยากได้รองเท้าใหม่ของคำไส ข้าวมื้อนี้ไม่ถึงท้องของพ่อแม้เพียงคำเดียว ส่วนคำไสอิ่มแปล้และหลับไปที่ท้ายรถแต๊กๆ
คำไสตื่นมาในเช้าวันจันทร์ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเชียบ พ่อกับแม่ไปไหนไม่รู้ ยังเห็นรถแต๊กๆ จอดอยู่ข้างบ้าน ไฟที่เตานึ่งข้าวเหนียวยังมอดดับสนิท
ที่โรงเรียน คำไสกำลังระบายสีภาพซุปเปอร์ฮีโร่ ในภาพมีข้อความ “พ่อของผม” เป็นภาพซุปเปอร์แมน ใส่รองเท้าข้างละสีมีแม่ขี่หลัง ปลายทางคือโรงพยาบาล
เย็นวันนั้น คำไสใส่รองเท้าข้างละสีที่เพิ่งได้มาจากการไปแลกรับซื้อของเก่ากับพ่อเมื่อวานกลับบ้านด้วยความอิ่มใจ ภาพในหัวของคำไสค่อยปรากฏชัดเรื่องที่เขาเอาตังค์ไปคืนคุณยายที่กำลังเฆี่ยนหลานสาวผู้ซึ่งเอาหมอนเก่าใบนั้นมาแลกถ้วยกาไก่เมื่อวาน.... พ่อยืนอมยิ้ม มองลูกชายเอาเงินไปคืนคุณยาย ด้วยสำนึกแห่งความดี..... |